PR News

ผู้รังสรรค์ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่ม แห่ง เดอะ แลงแฮม คัสตอมเฮาส์ กรุงเทพฯ

a.jpg

แลงแฮม ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (Langham Hospitality Group) เปิดตัวทีมผู้รังสรรค์ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งเดอะ แลงแฮม คัสตอมเฮาส์ กรุงเทพฯ โรงแรมลักชัวรีซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้

ภายใต้การนำของทีมเชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านบาร์มากประสบการณ์ โรงแรมนำเสนอห้องอาหารและบาร์ที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อยกระดับศุลกสถานที่ได้รับการบูรณะให้กลายเป็นจุดหมายแห่งใหม่ของการกินดื่ม และสังสรรค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ที่ชาวกรุงเทพฯ และแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลกสามารถมาพบปะ เฉลิมฉลอง และดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมรังสรรค์ผ่านห้องอาหาร3แห่งและบาร์ริมน้ำ ได้แก่ ร้อยชักสาม (RoiChak Sam) ห้องอาหารไทยร่วมสมัย, เดอะ คอตตอน รูม (The Cotton Room) ห้องอาหารบริการตลอดวันที่นำเสนออาหารเช้า ชุดน้ำชายามบ่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของเดอะ แลงแฮม(The Langham’s Afternoon Tea) และอาหารอินเดียร่วมสมัยสำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ, ถังคอร์ท (T’ang Court) ห้องอาหารจีนกวางตุ้งอันเลื่องชื่อของเดอะ แลงแฮม และ คราวน์เทล (Crowntail) ค็อกเทลบาร์หลากหลายโซนพร้อมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา

ห้องอาหารและบาร์ริมน้ำ ตั้งอยู่ภายในกลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ศุลกสถานและพื้นที่โดยรอบ โดยแต่ละร้านล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอาหารและการสังสรรค์ที่สืบทอดผ่านกาลเวลา เชื้อเชิญให้ทั้งชาวกรุงเทพฯ และผู้มาเยือนได้ร่วมค้นพบ สัมผัส และลิ้มลองรสชาติ เสน่ห์และเรื่องราวของแลนด์มาร์กแห่งนี้ ซึ่งพร้อมจะเป็นจุดหมายแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เบื้องหลังนิยามใหม่ของการกิน ดื่ม และสังสรรค์ ณ ศุลกสถาน คือทีมบุคลากรด้านอาหารและเครื่องดื่มผู้มากด้วยประสบการณ์จากโรงแรมและห้องอาหารชั้นนำทั่วโลก นำโดยเชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เจ้าของร้าน Le Du ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นร้านอาหารอันดับ 1 ใน Asia’s 50 Best Restaurants ประจำปี ค.ศ. 2023 ผู้รังสรรค์อาหารไทยโมเดิร์น ณ ห้องอาหารร้อยชักสาม (RoiChak Sam) ตามมาด้วย เชฟการิมา อะโรรา (Garima Arora) เชฟเจ้าของร้าน Gaaระดับ 2 ดาวมิชลิน มาร่วมรังสรรค์เมนูมื้อกลางวันและมื้อค่ำสำหรับเดอะ คอตตอน รูม (The Cotton Room)และเชฟริกกี้ หลิน กั๋วผิง (Ricky Lin Quoping) เชฟใหญ่แห่งห้องอาหารถังคอร์ท (T’ang Court) จะสืบทอดมาตรฐานความเป็นเลิศจากถังคอร์ทต้นตำรับระดับ 3 ดาวมิชลิน ณ เดอะ แลงแฮม ฮ่องกง สู่กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ทีมเชฟยังประกอบด้วยเชฟกอล์ฟ ภัควลัญชญ์ เวชมนต์เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ (Executive Chef) ผู้กำหนดทิศทางด้านอาหารและดูแลมาตรฐานรสชาติของโรงแรม จากประสบการณ์กว่า 15 ปีในห้องอาหารชั้นนำของกรุงเทพมหานคร เชฟพรต สถิตพิทยายุทธ์เอ็กเซ็กคิวทีฟเพสทรีเชฟ (Executive Pastry Chef) ผู้ดูแลขนมอบและชุดน้ำชายามบ่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของเดอะ แลงแฮม และทอม เฮิร์น (Tom Hearn) บาร์เมเนเจอร์แห่งคราวน์เทลผู้รังสรรค์เอกลักษณ์ด้านค็อกเทลของบาร์แห่งนี้ ด้วยประสบการณ์จาก Vesper ในกรุงเทพฯ รวมถึง KOL Mezcaleria และ The American Bar at The Savoy ในกรุงลอนดอน

บ็อบ ฟาน เดน ออร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แลงแฮม ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2431 ศุลกสถานเคยทำหน้าที่เป็นประตูสู่โลกของสยาม และเป็นศูนย์กลางการค้า การแลกเปลี่ยน การเชื่อมสัมพัธไมตรี และนวัตกรรมใหม่ๆ มาโดยตลอด วันนี้การกลับมาของศุลกสถานจะเป็นปฐมบทใหม่ในฐานะหัวใจสำคัญของเดอะ แลงแฮม คัสตอมเฮาส์ กรุงเทพฯ เราต้องการสืบสานจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับและการเฉลิมฉลองผ่านห้องอาหารและบาร์ที่รังสรรค์ด้วยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมากฝีมือ ใส่ใจ พิถีพิถัน และเคารพต่อประวัติศาสตร์ เราไม่ได้มุ่งหวังให้โรงแรมแห่งนี้เป็นเพียงจุดหมายของนักเดินทาง หากยังตั้งใจให้เป็นจุดนัดพบของคนกรุงเทพฯ สถานที่ที่ผู้คนสามารถมาพบปะ สังสรรค์ และใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน ผ่านอาหาร ค็อกเทล และความทรงจำดีๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

ร้อยชักสาม (RoiChak Sam)

ร้อยชักสามห้องอาหารไทยร่วมสมัย โดยเชฟต้นฐิติฏฐ์ทัศนาขจรตั้งอยู่บนชั้นสองของอาคารอนุรักษ์ฝั่งเหนือ ซึ่งเดิมเคยเป็นที่ทำการกรมศุลกากรฝ่ายนำเข้าและส่งออก(Import & Export Department) แรงบันดาลใจของห้องอาหารมาจากยุครุ่งเรืองแห่งสยามและสำรับงานจัดเลี้ยงในราชสำนักสมัยรัชกาลที่5 ถ่ายทอดผ่านวัตถุดิบตามฤดูกาลที่หาได้ยากควบคู่กับวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยมและเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัยอันประณีตชื่อ “ร้อยชักสาม” สื่อถึง “สามจากหนึ่งร้อย” อันเป็นการอ้างอิงถึงอัตราภาษีนำเข้าและส่งออกร้อยละ3 ที่เคยจัดเก็บณศุลกสถานแห่งนี้

เดอะคอตตอนรูม (The Cotton Room)

เดอะ คอตตอน รูม ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคารประธานศุลกสถาน เชื่อมต่อพื้นที่ห้องโถงต้อนรับ ห้องบัตเลอร์ ระเบียงภายในอาคาร และบันไดโค้งคู่กลางอาคารเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ได้รับแรงบันดาลใจจากการค้าฝ้าย ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญที่ผ่านศุลกสถานในอดีต ก่อนถ่ายทอดออกมาเป็นห้องอาหารหลักที่นำเสนอ 3 ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ตลอดทั้งวัน

เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าแบบอะลาคาร์ตพร้อมทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ชุดน้ำชายามบ่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของเดอะแลงแฮมซึ่งดูแลโดยเชฟพรตสถิตพิทยายุทธ์และในช่วงมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เชฟการิมา อะโรรา จะรังสรรค์อาหารอินเดียร่วมสมัยที่ผสานมรดกทางอาหารของอินเดียเข้ากับวัตถุดิบไทย สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสีสันของกรุงเทพฯ ผ่านบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเอง

ถังคอร์ท (T’ang Court)

ถังคอร์ท นำประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งอันเลื่องชื่อของเดอะ แลงแฮม มาสู่กรุงเทพมหานคร พร้อมสืบสานมรดกความเป็นเลิศจากห้องอาหารต้นตำรับ ณ เดอะ แลงแฮม ฮ่องกง โดยตั้งอยู่ภายในอาคารอนุรักษ์ฝั่งใต้ ซึ่งเดิมเคยเป็นที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขแห่งที่2 ของประเทศไทย พร้อมนำเสนออาหารจีนกวางตุ้งชั้นเลิศในบรรยากาศที่สะท้อนสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันยาวนานระหว่างไทยและจีน 

ภายใต้การนำของเชฟริกกี้ หลิน กั๋วผิง (Ricky Lin Quoping) ห้องอาหารจะนำเสนอศิลปะแห่งการปรุงอาหารจีนกวางตุ้งที่เปี่ยมด้วยความพิถีพิถัน เรียบง่าย และเคารพในคุณภาพของวัตถุดิบ อาทิ เมนูบาร์บีคิวกวางตุ้งสูตรต้นตำรับ ติ่มซำปั้นและจีบด้วยมือ อาหารทะเลระดับพรีเมียม และเมนูผัดกระทะไฟแรงอันเป็นเอกลักษณ์

นอกจากนี้ ห้องรับประทานอาหารส่วนตัวจำนวน 3 ห้องบนชั้นสอง สามารถรองรับได้ทั้งการสังสรรค์แบบเป็นส่วนตัว หรือเปิดเชื่อมต่อเป็นพื้นที่เดียวสำหรับโอกาสพิเศษขนาดใหญ่ ทำให้ถังคอร์ทเหมาะสำหรับทั้งมื้ออาหารทางธุรกิจ การพบปะสังสรรค์ของครอบครัว และการเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญต่าง ๆ

คราวน์เทล (Crowntail)

อาคารมรดกฝั่งใต้ หรืออาคารที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขแห่งที่ 2 ยังเป็นที่ตั้งของ คราวน์เทล (Crowntail) บาร์ค็อกเทลหลากหลายโซนที่เติมชีวิตชีวาให้กับย่านริมน้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมตั้งแต่บาร์ภายในอาคาร ศาลาริมน้ำ Riverside Pavilion รูฟท็อปบาร์ Two Spot พื้นที่เอาต์ดอร์เทอร์เรซริมน้ำ และท่าเรือส่วนตัว พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนตั้งแต่ช่วงเวลาของเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยและค็อกเทลยามพระอาทิตย์ตก ไปจนถึงค่ำคืนแห่งการสังสรรค์ริมสายน้ำ

ชื่อ Crowntailได้รับแรงบันดาลใจจากปลากัดหางมงกุฎของไทย ซึ่งโดดเด่นด้วยครีบรูปทรงคล้ายมงกุฎและสีสันอันงดงาม โดยถ่ายทอดเสน่ห์แห่งความเคลื่อนไหวและบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ผ่านบรรยากาศและประสบการณ์การดื่ม ภายใต้การดูแลของทอม เฮิร์น ผู้สั่งสมประสบการณ์จากบาร์โรงแรมชั้นนำในกรุงลอนดอน ก่อนนำมาผสานเข้ากับวัฒนธรรมค็อกเทลร่วมสมัยของกรุงเทพฯ เพื่อรังสรรค์เครื่องดื่มที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วยการบริการและการนำเสนอเครื่องดื่มถึงโต๊ะอย่างปราณีต